지금 거래 시작

ข้อดีของการเทรดมาร์จิ้น 12 ประการ

01 เลเวอเรจ (ผลของคานงัด)

การเทรดมาร์จิ้นเป็นหนึ่งในวิธีการลงทุนที่สามารถใช้เงินลงทุนจำนวนน้อยเพื่อมุ่งหวังผลกำไรที่สูง โดยการใช้เลเวอเรจทำให้นักลงทุนสามารถใช้เงินทุนได้มากกว่าจำนวนเงินที่ลงทุนจริง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนเพิ่มขึ้น การเทรดมาร์จิ้นเป็นรูปแบบหนึ่งของการซื้อขาย CFD ซึ่งชำระผลกำไรและขาดทุนจากส่วนต่างของราคา โบรกเกอร์จะให้เลเวอเรจภายในวงเงินมาร์จิ้นโดยใช้เงินที่ลูกค้าฝากไว้เป็นหลักประกัน และสามารถซื้อขายสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงกว่ายอดเงินที่ถืออยู่ได้มากถึง 1,000 เท่า

เลเวอเรจจะแตกต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์ต่างประเทศ โดยทั่วไปจะมีระดับประมาณ 1:100 / 1:300 / 1:500 และสามารถตั้งค่าให้เหมาะสมกับสไตล์การลงทุนของตนเองได้ ตัวอย่างเช่น หากมีเงินฝากเพียง 1,000 ดอลลาร์ ก็สามารถซื้อขายได้ถึง 100,000 ดอลลาร์ (ในกรณีใช้เลเวอเรจ 100 เท่า) ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างผลกำไรที่สูงขึ้นจากเงินลงทุนจำนวนน้อย

merit.item01.img.alt

02 ค่าธรรมเนียมการเทรดต่ำ (สเปรด)

การเทรดมาร์จิ้นไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมนอกเหนือจากส่วนต่างราคาซื้อและราคาขาย (สเปรด) สเปรดในตลาดฟอเร็กซ์หมายถึงความแตกต่างระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนฝั่งซื้อและฝั่งขาย ในการเทรด FX ผู้ซื้อจะซื้อสกุลเงินในราคาที่สูงกว่าอัตราแลกเปลี่ยนจริงเล็กน้อยผ่านโบรกเกอร์ และผู้ขายจะขายในราคาที่ต่ำกว่าอัตราแลกเปลี่ยนจริง ความแตกต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายนี้เรียกว่าสเปรด

ไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมใด ๆ และด้วยคุณสมบัติของสเปรดที่ต่ำ ต้นทุนในการเทรดฟอเร็กซ์จึงต่ำกว่าสินทรัพย์อื่น ๆ (เช่น หุ้น) อย่างมาก ในการซื้อขายหุ้นจะมีภาษี 0.25% และค่าธรรมเนียม 0.03% รวมเป็น 0.28% หากซื้อขายมูลค่า 100 ล้านวอน จะเสียค่าธรรมเนียมประมาณ 280,000 วอน แต่ในการเทรดฟอเร็กซ์มาร์จิ้น จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 5–10 ดอลลาร์ต่อ 1 ล็อต สเปรดจะเปลี่ยนแปลงตามปริมาณการซื้อขาย ดังนั้นนักเทรดสายสั้นควรเลือกโบรกเกอร์และบัญชีที่เหมาะสมกับตนเอง

merit.item02.img.alt

03 เทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง

การเทรดมาร์จิ้นเป็นที่นิยมในกลุ่มพนักงานประจำ เนื่องจากสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง พนักงานส่วนใหญ่มักไม่สามารถติดตามตลาดที่เคลื่อนไหวรวดเร็วในช่วงกลางวันได้ จึงสามารถใช้ข้อดีของตลาดที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงในการเทรดหลังเลิกงานที่บ้านได้ การซื้อขายหุ้นจำกัดเฉพาะเวลาที่ตลาดเปิดในช่วงกลางวัน แต่ตลาดฟอเร็กซ์สามารถซื้อขายได้ตลอดทั้งวันในวันธรรมดา (ยกเว้นวันหยุดสุดสัปดาห์)

ตลาดฟอเร็กซ์เป็นตลาดที่กระจายตัวทั่วโลก ไม่มีข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์และเวลา โดยแต่ละประเทศจะมีช่วงเวลาการซื้อขายที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปสามารถแบ่งตลาดฟอเร็กซ์ออกเป็น 4 ช่วงหลัก

อเมริกาเหนือ – สหรัฐอเมริกา (นิวยอร์ก)

เอเชีย – ญี่ปุ่น (โตเกียว)

เอเชียแปซิฟิก – ออสเตรเลีย (ซิดนีย์)

ยุโรป – สหราชอาณาจักร (ลอนดอน)

ช่วงเวลาที่มีปริมาณการซื้อขายสูง ราคาจะเคลื่อนไหวรวดเร็วและสเปรดจะต่ำที่สุด โดยช่วงที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน (เวลาประเทศเกาหลีประมาณ 22:00 – 02:00 น. และเร็วขึ้น 1 ชั่วโมงในช่วง Daylight Saving Time ของสหรัฐฯ) ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเทรดฟอเร็กซ์ นักเทรดสายสั้นสามารถใช้ช่วงเวลานี้เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไร

merit.item03.img.alt

04 ระบบคุ้มครองเงินทุนลูกค้า

โบรกเกอร์คุณภาพที่ได้รับใบอนุญาตทางการเงินจากประเทศชั้นนำ เช่น ออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร จะมีมาตรการด้านความปลอดภัย เช่น การแยกเงินลูกค้า การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการทำประกัน แม้บริษัทจะประสบปัญหาทางการเงิน ก็ยังมีระบบชดเชยคุ้มครองลูกค้า

ประกันเงินฝาก – หากโบรกเกอร์ล้มละลาย เงินฝากของลูกค้าจะได้รับการคุ้มครอง

การแยกเงินลูกค้า – เงินของลูกค้าจะถูกเก็บไว้ในบัญชีธนาคารแยกต่างหากอย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ แม้ในกรณีที่ตลาดผันผวนรุนแรงและเกิดการขาดทุนเกินเงินลงทุนเริ่มต้นจากการใช้เลเวอเรจสูง ระบบของโบรกเกอร์จะไม่เรียกเก็บเงินประกันเพิ่มเติม ทำให้มีระบบที่สมเหตุสมผลและแตกต่างจากบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศ

merit.item04.img.alt

05 ลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อย

การซื้อขายฟิวเจอร์สผ่านบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศต้องใช้เงินค้ำประกันจำนวนมาก แต่การเทรดผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศสามารถเริ่มต้นได้ด้วยเงินประมาณ 100 ดอลลาร์ และด้วยเลเวอเรจที่สูงสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีจากเงินลงทุนจำนวนน้อยได้

ตัวอย่างเช่น หากลงทุน $1,000 และใช้เลเวอเรจ 100 เท่า เมื่อเกิดกำไร 1% จะได้กำไร $1,000 หรือเท่ากับเงินลงทุน 100% อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน จึงจำเป็นต้องวางแผนการใช้เลเวอเรจและเงินลงทุนอย่างเหมาะสม แนะนำให้เริ่มจากบัญชีเดโมหรือใช้เงินจำนวนน้อยก่อน เมื่อมั่นใจในทิศทางจึงเพิ่มเงินลงทุนและเลเวอเรจ ทั้งนี้ควรคำนึงถึงความเสี่ยงเสมอและฝึกฝนให้เพียงพอก่อนเทรดจริง

merit.item05.img.alt

06 ตลาดที่ไม่สามารถควบคุมได้

ตลาดฟอเร็กซ์เป็นหนึ่งในตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้เข้าร่วมตลาดตั้งแต่ธนาคารกลาง ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ บริษัทข้ามชาติ กองทุนระดับโลก โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ระหว่างประเทศ ไปจนถึงนักลงทุนรายย่อย มีมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน ด้วยความโปร่งใสของข้อมูลและจำนวนผู้เข้าร่วมตลาดจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถควบคุมหรือบิดเบือนราคาได้

ในทางตรงกันข้าม ตลาดหุ้นในประเทศมักมีปัจจัยเก็งกำไรจากนักลงทุนต่างชาติ สถาบัน และกลุ่มทุน ทำให้ราคาผันผวนสูงและคาดการณ์ได้ยาก นักลงทุนจำนวนมากจึงหันมาสนใจตลาดฟอเร็กซ์เป็นทางเลือกใหม่

ด้วยสภาพคล่องและปริมาณการซื้อขายที่สูง ตลาดฟอเร็กซ์ช่วยให้การส่งคำสั่งมีความแม่นยำ แนวโน้มตลาดชัดเจน และหากติดตามตัวเลขเศรษฐกิจและนโยบายอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้

merit.item06.img.alt

07 โบนัสและแคชแบ็ก

ควรใช้ประโยชน์จากโบนัสที่โบรกเกอร์ต่างประเทศมอบให้เมื่อเปิดบัญชีใหม่ โบนัสเงินฝากจะเพิ่มเงินทุนตามจำนวนเงินที่ฝาก เช่น หากฝาก $1,000 และได้รับโบนัส 50% จะได้เครดิตเพิ่ม $500 (เงินโบนัสไม่สามารถถอนออกได้ แต่สามารถใช้ในการเทรดได้ ทั้งนี้เงื่อนไขจะแตกต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์)

การใช้โบนัสเงินฝากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุนและลดความเสี่ยงในการถูกมาร์จิ้นคอล โบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถืออย่าง XM ยังมีโบนัสสมัครสมาชิกโดยไม่ต้องฝากเงิน และกิจกรรมแคชแบ็กค่าธรรมเนียมที่ควรสมัครเข้าร่วม

merit.item07.img.alt

08 การใช้งานระบบเทรดอัตโนมัติ (EA)

ระบบเทรดอัตโนมัติ (EA) เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากในการเทรดมาร์จิ้น EA เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำการซื้อขายอัตโนมัติตามกลยุทธ์ที่ตั้งไว้ ช่วยให้นักลงทุนรายย่อยสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างมีเสถียรภาพเช่นเดียวกับนักเทรดมืออาชีพ

สามารถติดตั้ง EA บนแพลตฟอร์ม MetaTrader (HTS) และเนื่องจากระบบทำงานตามกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอโดยไม่ถูกอารมณ์มนุษย์รบกวน จึงเหมาะสำหรับการสร้างผลกำไรอย่างมั่นคง

merit.item08.img.alt

09 สามารถเทรดได้หลากหลายตลาดและสินทรัพย์

โบรกเกอร์ต่างประเทศรองรับการซื้อขายสินทรัพย์หลากหลายประเภท เช่น ฟอเร็กซ์ สินค้าโภคภัณฑ์ พันธบัตร หุ้น และดัชนี รวมถึงสินทรัพย์ CFD และฟอเร็กซ์มาร์จิ้นหลายร้อยรายการ

ฟอเร็กซ์ (FOREX)

สกุลเงินหลักของประเทศต่าง ๆ รวมกว่า 55 สกุลเงิน รวมถึงสกุลเงินพิเศษ เช่น เปโซเม็กซิโก และลีราตุรกี

สินค้าโภคภัณฑ์

ทองคำ เงิน น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ

สินค้าเกษตร เช่น ถั่วเหลือง ข้าวสาลี ข้าวโพด

โลหะ เช่น ทองแดง อะลูมิเนียม สังกะสี

คริปโตเคอร์เรนซี (บิตคอยน์ อีเธอเรียม ริปเปิล และอัลต์คอยน์)

เช่นเดียวกับตลาดอื่น ๆ ระบบของโบรกเกอร์จะไม่เรียกเก็บเงินประกันเพิ่มเติมแม้ในกรณีที่ขาดทุนเกินเงินลงทุนเริ่มต้นจากความผันผวนรุนแรง

merit.item09.img.alt

10 ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง

การเทรดมาร์จิ้นมีโครงสร้างผลกำไรสองทิศทาง สามารถเปิดสถานะซื้อและขายได้ ทำให้มีโอกาสสร้างกำไรทั้งในตลาดขาขึ้นและขาลง

สามารถใช้กลยุทธ์เฮดจ์ (Hedge) โดยถือสถานะซื้อและขายพร้อมกันเพื่อลดความเสี่ยงในตลาดที่ผันผวน และหากถือสินทรัพย์จริงอยู่แล้ว ก็สามารถใช้กลยุทธ์ชอร์ตเพื่อป้องกันความเสี่ยงได้

โดยทั่วไป บริษัทหลักทรัพย์หรือบัญชีเช่าซื้อไม่สามารถเปิดสถานะซื้อและขายพร้อมกันได้ แต่การเทรดมาร์จิ้นสามารถจัดการคำสั่งได้อย่างยืดหยุ่นเนื่องจากแต่ละคำสั่งถูกแยกคำนวณ

merit.item10.img.alt

11 ไม่มีสัญญาหมดอายุ (ไม่มีวันครบกำหนด)

การซื้อขายไม่มีวันหมดอายุ ไม่มีการเปลี่ยนสัญญา หากมีเงินประกันเพียงพอ สามารถถือสถานะได้ไม่จำกัด หมายความว่านักลงทุนสามารถปิดสถานะเมื่อใดก็ได้ตามต้องการ

CFD คือสัญญาซื้อขายส่วนต่าง ซึ่งเป็นอนุพันธ์ที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถทำกำไรจากความแตกต่างของราคาโดยไม่ต้องถือครองสินทรัพย์จริง ใช้ได้กับฟอเร็กซ์ หุ้น ดัชนี และสินค้า และไม่มีวันหมดอายุ

12 ฝากและถอนเงินได้ภายในวันเดียว

การเทรดมาร์จิ้นผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศสามารถฝากและถอนเงินได้ภายในวันเดียว ในขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ในประเทศต้องใช้เวลาประมาณ 3 วัน (D+2) หลังการขาย วิธีฝากถอนที่นิยม ได้แก่ Neteller, Skrill, Bitcoin, บัตรเครดิต และการโอนเงินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการใช้ผู้ให้บริการชำระเงิน EBUY ช่วยให้สามารถฝากและถอนเงินผ่านธนาคารได้โดยตรงอย่างสะดวก