|
|
ตลาดหุ้นเกาหลีเปิด 09:00 - 15:30 น. |
|
|
ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง |
|
|
เนื่องจากซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง คุณจึงสามารถเลือกช่วงเวลาที่ต้องการและซื้อขายได้ตามสะดวก |
|
|
ค่าธรรมเนียมแตกต่างกันไปตามบริษัทหลักทรัพย์ และมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากนักลงทุน |
|
|
ต้นทุนการซื้อขาย Forex มีแนวโน้มต่ำกว่าตลาดอื่น ๆ และโบรกเกอร์ส่วนใหญ่มักได้กำไรจากสเปรดระหว่างราคาซื้อ/ขาย |
|
|
ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนเงิน ค่าดำเนินการจับคู่คำสั่ง ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้ภาครัฐ หรือค่านายหน้าเพิ่มเติม |
|
|
ดัชนีหุ้นสหรัฐ S&P 500 มี 500 บริษัท ส่วน KOSPI ของเกาหลีมี 943 บริษัท |
|
|
คู่สกุลเงินในตลาด Forex มีหลายสิบคู่ แต่สกุลเงินหลักมีประมาณ 7 สกุล หรือหากต้องการให้เรียบง่ายสามารถเทรดเพียง 4 คู่สกุลเงินหลักได้ |
|
|
ช่วยลดเวลาการเลือกสินทรัพย์ และสามารถซื้อขายด้วยการวิเคราะห์ที่ไม่ซับซ้อน อีกทั้งสกุลเงินหลักของประเทศพัฒนาแล้วซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 70% ของปริมาณการซื้อขายในตลาด Forex มีความเสถียรสูง |
|
|
การซื้อขายหุ้นสหรัฐมีโครงสร้างกำไรได้ทั้งซื้อและขาย แต่มีข้อจำกัดหลายอย่าง และหุ้นที่ไม่ใช่หุ้นชั้นดีมักไม่เข้าเงื่อนไขการทำกำไรสองทิศทาง |
|
|
การซื้อขาย Forex มีโครงสร้างกำไรสองทิศทางโดยไม่มีข้อจำกัด |
|
|
แต่ละสกุลเงินมีโอกาสทั้งซื้อหรือขาย ดังนั้นไม่ว่าตลาดจะขึ้นหรือลง นักลงทุนก็มีโอกาสสร้างกำไรได้เสมอ กล่าวคือ สามารถเกิดกำไร/ขาดทุนได้ทั้งสองทิศทาง |
|
|
มักติดตามการวิเคราะห์จากยูทูบเบอร์ชื่อดังหรือผู้เชี่ยวชาญหุ้นอยู่เสมอ แต่เพียงเพราะคนดังพูดก็อาจส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นได้ |
|
|
แม้นักวิเคราะห์ Forex จะเผยแพร่บทวิเคราะห์ ก็ไม่ส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน เพราะเป็นเพียงการวิเคราะห์ตลาดเท่านั้น การเทรด Forex สร้างรายได้มหาศาลให้ธนาคารทั่วโลก และเป็นธุรกรรมที่จำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจโลก |
|
|
เลเวอเรจสูงสุดในหุ้นสหรัฐโดยทั่วไปคือ 4 เท่าของเงินทุน และต้องมีเงินคงเหลือขั้นต่ำอย่างน้อย 25,000 ดอลลาร์ อีกทั้งหากใช้ 4 เท่า จะมีเงื่อนไขว่าต้องปิดสถานะทั้งหมดภายในวันเดียว |
|
|
ไม่มีข้อจำกัด และสามารถใช้ได้ตั้งแต่ 20 เท่า ถึง 50 เท่าของเงินทุน |
|
|
สามารถซื้อขายได้มากกว่า 100 เท่าด้วยเงินจำนวนน้อย เป็นโอกาสทำกำไรสูง แต่ในทางกลับกัน หากขาดทุนก็อาจมีความเสี่ยงสูงเช่นกัน |