지금 거래 시작

FOREX_용어

7) คำศัพท์ FOREX

สกุลเงินที่ใช้ซื้อขาย

สกุลเงินที่มีการซื้อขายมากที่สุด 5 สกุล ได้แก่ USD (ดอลลาร์สหรัฐ), EUR (ยูโร), JPY (เยนญี่ปุ่น), GBP (ปอนด์อังกฤษ), AUD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย) เรียกว่า “สกุลเงินหลัก” หรือ “เมเจอร์” ส่วนสกุลเงินอื่น ๆ เรียกว่า “สกุลเงินรอง (ไมเนอร์)”

สกุลเงินหลักและสกุลเงินรอง

การซื้อขาย FX คือการทำกำไรจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้นสินทรัพย์ที่ซื้อขายจะเป็นการจับคู่ของสกุลเงิน 2 สกุลที่แตกต่างกัน โดยสกุลเงินตัวแรก เช่น EUR จะเป็นสกุลเงินหลัก ส่วน USD ที่อยู่ด้านหลังจะเป็นสกุลเงินรอง

สกุลเงินหลัก/สกุลเงินรอง

การซื้อขาย FX คือการทำกำไรจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้นสินทรัพย์ที่ซื้อขายจะเป็นการจับคู่ของสกุลเงิน 2 สกุลที่แตกต่างกัน โดยสกุลเงินตัวแรก เช่น EUR จะเป็นสกุลเงินหลัก ส่วน USD ที่อยู่ด้านหลังจะเป็นสกุลเงินรอง

EUR / USDราคาเสนอ 1.3300

= มูลค่าของสกุลเงินหลัก 1 EUR เท่ากับ 1.3300 USD

= ด้วย 1.3300 USD สามารถซื้อสกุลเงินหลัก 1 EUR ได้

ในที่นี้จะกำหนดมูลค่าของสกุลเงินหลักเท่ากับ 1 ตัวอย่างเช่น หาก USD/CHF เท่ากับ 1.63500 หมายความว่า 1 USD เท่ากับ 1.63500 ฟรังก์สวิส กล่าวคือ ด้วย 1.63500 ฟรังก์สวิส สามารถซื้อ 1 USD ได้

สกุลเงินรองคือสกุลเงินที่อยู่ด้านหลัง ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า “สกุลเงิน pip” และกำไร/ขาดทุนก็จะแสดงเป็นสกุลเงินนี้

หน่วยสัญญา (LOT)

หน่วยการซื้อขายพื้นฐานเรียกว่า LOT (ล็อต) โดย 1 LOT เท่ากับ 100,000 หน่วยของสกุลเงินหลัก

EUR / USD> 100,000 ยูโร

GBP / USD> 100,000 ปอนด์

USD / JPY> 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ

หน่วยการเปลี่ยนแปลงราคา (PIP)

หน่วยการเปลี่ยนแปลงราคาขั้นต่ำเรียกว่า PIP

ภาพหน่วยการเปลี่ยนแปลงราคา (PIP)

มูลค่าของ 1 PIP สำหรับหน่วยพื้นฐาน 1 LOT จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่า USD เป็นสกุลเงินหลักหรือสกุลเงินรอง กล่าวคือมูลค่า 1 PIP จะเปลี่ยนไปตามตำแหน่งของ USD

ปัจจุบันโบรกเกอร์หลายแห่งแสดงราคาเป็นทศนิยมถึง 5 ตำแหน่งเมื่อ USD เป็นสกุลเงินรอง และแสดงถึง 3 ตำแหน่งเมื่อ USD เป็นสกุลเงินหลัก ตัวอย่างเช่น EUR/USD ที่ USD เป็นสกุลเงินรอง จะเขียนเป็น 1.33010 ไม่ใช่ 1.3301 และ USD/JPY ที่ USD เป็นสกุลเงินหลัก จะเขียนเป็น 97.010 ไม่ใช่ 97.01

※ ข้อควรระวัง

การเพิ่มทศนิยมอีก 1 ตำแหน่งไม่ได้หมายความว่าหน่วยของ 1 PIP เปลี่ยนไป หาก EUR/USD ขยับจาก 1.33000 เป็น 1.33001 นั่นไม่ใช่ 1 PIP แต่เป็นการเพิ่มขึ้น 0.1 PIP

พอยต์ (Point)

1/10 ของ pip เรียกว่า “พอยต์ (point)” ดังนั้นจึงสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของราคาได้ละเอียดขึ้น ตัวอย่างเช่น หาก EUR/USD ขยับจาก 1.32156 เป็น 1.32158 ถือว่าเคลื่อนไหว 2 พอยต์

ความหมายของ Bid และ Ask

BID / ASK > สกุลเงินหลัก/สกุลเงินรอง

สเปรด

การเทรด Forex จะมีราคาซื้อ (Bid) และราคาขาย (Ask) อยู่เสมอ 2 ราคา และส่วนต่างระหว่างสองราคานี้เรียกว่า “สเปรด”

ภาพสเปรด

ส่วนต่างระหว่างราคา BID และ ASK = Spread (สเปรด)

ต้นทุนการซื้อขาย

ลักษณะสำคัญของสเปรดระหว่าง Bid และ Ask คือสามารถถือเป็นค่าธรรมเนียมการซื้อขายแบบไป-กลับ ตัวอย่างเช่น EUR/USD 1.2812 / 1.2815 จะมีต้นทุนการซื้อขาย 3 pips

ต้นทุนการซื้อขาย (สเปรด) = ราคา Ask - ราคา Bid

อัตราแลกเปลี่ยนไขว้ (Cross Rate)

อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินต่างประเทศโดยไม่มีสกุลเงินของประเทศตนเองเข้ามาเกี่ยวข้อง กล่าวคือ จากมุมมองของประเทศหนึ่ง จะหมายถึงอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินที่เป็นฐานอ้างอิงกับสกุลเงินของประเทศที่สาม
ตัวอย่างเช่น หากยึดเกาหลีเป็น 기준 อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างดอลลาร์สหรัฐกับเยนญี่ปุ่นเรียกว่า “อัตราแลกเปลี่ยนไขว้ (Cross Rate)”

มาร์จิ้นที่ต้องใช้

เงินประกันขั้นต่ำแตกต่างกันไปตามโบรกเกอร์ เช่น 100 ดอลลาร์ (ประมาณ 120,000 วอน) ~ 1,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,270,000 วอน)

ตัวอย่างเช่น หากเปิดบัญชีมินิที่ให้เลเวอเรจ 200:1 หรือมาร์จิ้น 0.5% บัญชีมินิจะใช้หน่วย “มินิล็อต” (10,000 หน่วยสกุลเงิน) เมื่อเปิดสถานะ 1 มินิล็อต แทนที่จะต้องจ่าย $10,000 เต็มจำนวน จะวางมาร์จิ้นที่ต้องใช้เพียง $50 เท่านั้น ($10,000 x 0.5% = $50)

เลเวอเรจ

เลเวอเรจหมายถึงการใช้เงินจำนวนน้อยเพื่อควบคุมเงินจำนวนมาก เป็นโครงสร้างที่ทำให้สามารถซื้อขายด้วยเงินทุนหลายเท่าหรือหลายร้อยเท่าโดยใช้เพียงมาร์จิ้นตามสัดส่วน ไม่ใช่เงินทั้งหมด อัตราเลเวอเรจมีตั้งแต่ 2:1 ถึง 500:1 ปัจจุบันยังมีโบรกเกอร์ที่ให้สูงกว่า 500:1 และแตกต่างกันไปตามโบรกเกอร์

มาร์จินคอล (Margin Call)

มาร์จินคอลหมายถึง เมื่อสถานะที่ถืออยู่ขาดทุนจนมาร์จิ้นลดลงต่ำกว่าระดับที่กำหนด ระบบจะปิดสถานะบางส่วนหรือทั้งหมดโดยอัตโนมัติ โดยทั่วไป “มาร์จิ้นคงเหลือ” ที่ต่ำกว่ากำหนดหมายถึงต้องเติมมาร์จิ้นเพิ่ม แต่ในการเทรด Forex ระบบมักจะปิดสถานะอัตโนมัติโดยไม่ต้องมีการเรียกเติมมาร์จิ้นเพิ่มเติม ถือเป็นกลไกความปลอดภัยเพื่อปกป้องทรัพย์สินของลูกค้าในตลาดที่ผันผวนสูง

โรลโอเวอร์ (ดอกเบี้ยโรลโอเวอร์)

ตามกติกาการซื้อขายสปอต ออเดอร์จะต้องชำระบัญชีโดยส่งมอบจริงในอีก 2 วันหลังจากวันทำรายการ หากถือสถานะข้ามเวลา 17:00 น. ตามเวลานิวยอร์ก มูลค่าของออเดอร์จะปรับตามส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศในอัตรา “ต่อวัน” หากถือสถานะซื้อของสกุลเงินที่ดอกเบี้ยสูง จะได้รับส่วนต่างดอกเบี้ยรายวันจากสกุลเงินรอง และหากเป็นสถานะตรงข้ามจะต้องจ่าย ส่วนวิธีทำกำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงินดอกเบี้ยสูงกับดอกเบี้ยต่ำเรียกว่า การเทรดสว็อปพอยต์

※ โรลโอเวอร์มีการเปลี่ยนแปลงตามอัตราดอกเบี้ยตลาดและอัตราแลกเปลี่ยน จึงสามารถตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ในโปรแกรมเมื่อทำการซื้อขาย Forex