지금 거래 시작

기술적지표(보조지표)란?

1) ตัวชี้วัดทางเทคนิค (ตัวชี้วัดเสริม) คืออะไร?

ตัวชี้วัดทางเทคนิคเรียกอีกอย่างว่าตัวชี้วัดเสริม เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ระบุจังหวะซื้อ-ขายได้ง่ายขึ้น และช่วยกำหนดเกณฑ์การเทรดอย่างเป็นระบบโดยไม่ปะปนด้วยอารมณ์ ทำให้ตัดสินใจได้อย่างเป็นกลางมากขึ้น

ประเภทของตัวชี้วัดทางเทคนิค

ไอคอนเครื่องหมายถูก ตัวชี้วัดแนวโน้ม

เป็นตัวชี้วัดที่บอกทิศทางของแนวโน้ม ใช้เมื่อผู้ลงทุนต้องการทำกำไรโดยอาศัยแนวโน้มปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น MACD (มักเรียกว่าแมคดี) และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) นอกจากนี้ยังมี MACD Oscillator, DMI, ROC, Pivot Line, Parabolic SAR เป็นต้น

ไอคอนเครื่องหมายถูก ตัวชี้วัดโมเมนตัม

เป็นตัวชี้วัดที่วัด “ความเร็ว” ของแนวโน้ม ว่าแรงของแนวโน้มกำลังเพิ่มขึ้นหรือลดลง ตัวอย่างเช่น Stochastic นอกจากนี้ยังมี Disparity, P&F, เส้นจิตวิทยาการลงทุน, สามเส้นแปลงทิศ, AB Ratio, Mass Index, Price Oscillator, RSI, SONAR, TRIX เป็นต้น

ไอคอนเครื่องหมายถูก ตัวชี้วัดความผันผวน

เป็นตัวชี้วัดที่ช่วยให้มองภาพสภาวะตลาดโดยรวมได้ง่าย ข้อเสียคือไม่ได้บอกทิศทางของราคาโดยตรง แต่เน้นการแสดง “การแกว่งตัวของราคา” จึงอาจทำให้ระบุจังหวะซื้อขายได้ยากขึ้น ตัวอย่างเช่น Bollinger Bands นอกจากนี้ยังมี ATR, Envelope, Keltner Channels เป็นต้น

ไอคอนเครื่องหมายถูก ตัวชี้วัดความแข็งแรงของตลาด (ปริมาณการซื้อขาย)

เป็นตัวชี้วัดที่แสดงความแข็งแรง/ความรุนแรงของการเคลื่อนไหวของแนวโน้มปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น ปริมาณการซื้อขาย (Volume), เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average), OBV นอกจากนี้ยังมี MFI, VO, VR เป็นต้น

ไอคอนเครื่องหมายถูก อื่น ๆ

โดยทั่วไปตัวชี้วัดทางเทคนิคจะแบ่งเป็น 4 ประเภทข้างต้น แต่ก็มีตัวชี้วัดจำนวนมากที่มีลักษณะมากกว่าหนึ่งประเภท เช่น Ichimoku Cloud เป็นต้น

ประเภทของตัวชี้วัดทางเทคนิค

ตัวชี้วัดทางเทคนิคสะดวกและมีประโยชน์ แต่ไม่ได้แม่นยำ 100% การเทรดโดยดูเพียงตัวชี้วัดตัวเดียวอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดและเกิดการขาดทุนได้ ควรพิจารณาหลายตัวชี้วัดร่วมกัน และใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานควบคู่ เพื่อประเมินราคาในมุมมองและช่วงเวลาที่หลากหลาย