지금 거래 시작

금융정책

3) นโยบายการเงิน

นโยบายการเงิน

หมายถึงนโยบายที่ธนาคารกลางของแต่ละประเทศใช้เพื่อปรับระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยการเพิ่มหรือลดปริมาณเงินในระบบ เมื่อธนาคารกลางปรับขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนผันผวนอย่างมากได้

สิ่งที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

อัตราดอกเบี้ยนโยบายหมายถึงอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางปล่อยกู้ให้ธนาคารพาณิชย์ และเป็นอัตราดอกเบี้ยหลักที่เป็นศูนย์กลางของโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยของประเทศ

1. ปัจจัยที่ใช้ตัดสินใจว่าจะปรับขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

โดยทั่วไปจะดำเนินการเมื่อมีความกังวลเรื่องราคาสินค้าเพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจร้อนแรง หรือในทางกลับกันเมื่อเศรษฐกิจถดถอยทำให้การบริโภคและการลงทุนหดตัว

ไอคอนเครื่องหมายถูก กรณีที่เศรษฐกิจร้อนแรงเกินไป

เมื่อเศรษฐกิจร้อนแรง ราคาสินค้าจะสูงขึ้นมาก และราคาทรัพย์สินอย่างอสังหาริมทรัพย์หรือหุ้นจะสูงเกินไปจนเกิดฟองสบู่ หากฟองสบู่แตกกะทันหัน เศรษฐกิจอาจสั่นคลอน ดังนั้นเพื่อทำให้เศรษฐกิจที่ร้อนแรงสงบลง ธนาคารกลางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อดูดซับเงินออกจากระบบ เมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับขึ้น อัตราดอกเบี้ยอื่น ๆ ก็มักปรับขึ้นตาม ทำให้ภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น สินเชื่อลดลง เงินเฟ้อถูกควบคุม และราคาหุ้น/อสังหาริมทรัพย์มีเสถียรภาพมากขึ้น

ไอคอนเครื่องหมายถูก กรณีที่เศรษฐกิจถดถอย

เมื่อเศรษฐกิจถดถอย การบริโภคและการลงทุนจะหดตัว และหากปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างรวดเร็ว ธนาคารกลางจะพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลง อัตราดอกเบี้ยอื่น ๆ ก็ลดลงตาม เมื่อดอกเบี้ยต่ำลง บริษัทจะลงทุนมากขึ้น และบุคคลทั่วไปก็อาจหันไปบริโภคหรือไปลงทุนในหุ้น/อสังหาริมทรัพย์ ทำให้เศรษฐกิจที่ซบเซาค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น

มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing)

หรือเรียกว่า QE คือการผ่อนคลายเชิงปริมาณตามความหมายตรงตัว โดยธนาคารกลางเข้าไปอัดฉีดเงินเข้าสู่ตลาดโดยตรง ในความเป็นจริง หลังวิกฤตการเงินปี 2008 สหรัฐฯ และหลายประเทศทั่วโลกได้ใช้นโยบาย QE

ธนาคารกลางของแต่ละประเทศที่กำหนดนโยบายการเงิน

ผู้กำหนดนโยบายการเงิน รวมถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย คือธนาคารกลางของแต่ละประเทศ

ไอคอนเครื่องหมายถูก ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve System)

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เป็นสถาบันกำหนดนโยบายการเงินระดับสูงสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดช่วยให้คาดการณ์ทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ในอนาคต และถือเป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจสำคัญที่ส่งผลต่อความผันผวนของมูลค่าสินทรัพย์ทั่วโลก

ไอคอนเครื่องหมายถูก ธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank)

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เป็นธนาคารกลางของสหภาพยุโรป เป็นผู้ออกเงินยูโรและรับผิดชอบนโยบายเศรษฐกิจของประเทศในยูโรโซน กล่าวคือ อัตราดอกเบี้ยของประเทศในยูโรโซนถูกกำหนดตามอัตราที่ ECB ตัดสินใจ ทำให้มีอิทธิพลอย่างมากต่อทั้งตลาดยุโรป

ไอคอนเครื่องหมายถูก ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England)

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จัดประชุมนโยบายการเงินราว 14 ครั้งต่อปี และมีลักษณะเด่นคือไม่ได้กำหนดเวลาประกาศผลที่ตายตัวเหมือนธนาคารกลางของประเทศอื่น ๆ

ไอคอนเครื่องหมายถูก ธนาคารแห่งชาติสวิตเซอร์แลนด์ (Swiss National Bank)

ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) โดยทั่วไปเป็นที่รู้จักว่าเป็นธนาคารที่มีความเป็นความลับสูง โดยจะตัดสินใจว่าจะปรับหรือคงอัตรา Libor ระยะ 3 เดือนสำหรับเงินฟรังก์สวิสให้อยู่ภายในกรอบ 1% อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นส่งผลสำคัญไม่เพียงต่อมูลค่าสกุลเงินแต่ต่อเศรษฐกิจโดยรวมด้วย นักลงทุนจึงมักคาดการณ์ล่วงหน้าและสะท้อนราคาไว้ก่อน ดังนั้นควรระวังการเทรดในช่วงก่อนและหลังการประกาศอัตราดอกเบี้ย

ไอคอนเครื่องหมายถูก ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (Reserve Bank of New Zealand)

ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) จัดประชุมคณะกรรมการรวมปีละ 8 ครั้ง เพื่อกำหนดนโยบายการเงินสำหรับรักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน

ไอคอนเครื่องหมายถูก ธนาคารกลางแคนาดา (Bank of Canada)

ธนาคารกลางแคนาดา (BOC) จัดประชุมปีละ 8 ครั้ง เพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและนโยบายการเงิน โดยมีเป้าหมายรักษาเสถียรภาพด้านราคาและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ไอคอนเครื่องหมายถูก ธนาคารกลางออสเตรเลีย (Reserve Bank of Australia)

ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) จัดประชุมนโยบายการเงินในวันอังคารสัปดาห์แรกของทุกเดือน (ยกเว้นเดือนมกราคม) และประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายพร้อมแถลงการณ์นโยบาย

ไอคอนเครื่องหมายถูก ให้จับตาผลของสหรัฐฯ อังกฤษ และญี่ปุ่น

โดยเฉพาะสหรัฐฯ อังกฤษ และญี่ปุ่น จะมีการเปิดเผยรายละเอียดการลงมติพร้อมกับแถลงการณ์นโยบายหลังประชุมนโยบายการเงิน ซึ่งผลการลงมติดังกล่าวอาจส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนอย่างมาก จึงควรติดตามอย่างใกล้ชิด สำหรับสหรัฐฯ และญี่ปุ่น จะเปิดเผยผลการลงมติทันทีผ่านแถลงการณ์หลังการประชุม แต่ของอังกฤษสามารถตรวจสอบได้จากรายงานการประชุม (MPC minutes) ที่ประกาศหลังจากนั้น 2 สัปดาห์