กราฟคือการแสดงข้อมูลในอดีตในรูปแบบกราฟ ทำให้สามารถอ่านข้อมูลหลากหลายจากรูปแบบ (แพตเทิร์น) ที่สะสมมาได้ กล่าวคือช่วยให้ “การวิเคราะห์ทางเทคนิค” ที่คาดการณ์อนาคตจากอดีตเป็นไปได้ นอกจากนี้กราฟยังสะท้อนจิตวิทยาของผู้เข้าร่วมตลาดอย่างลึกซึ้ง โดยทั่วไปนักลงทุนมักดูกราฟเดียวกันและทำการซื้อขาย จึงคาดการณ์คล้ายกันและเข้าถือสถานะคล้ายกัน หากสามารถจับจิตวิทยาของผู้เข้าร่วมตลาดได้รวดเร็ว โอกาสในการทำกำไรก็จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
กราฟแท่งซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ทั่วไป เรียกได้อีกชื่อว่า OHLC Chart (Open, High, Low, Close) โดยจะแสดงช่วงจากราคาสูงสุดถึงต่ำสุดเป็นเส้นแนวตั้ง และแสดงราคาเปิดกับราคาปิดเป็นเส้นแนวนอนสั้น ๆ ที่ยื่นออกไปทางซ้ายและขวาตามลำดับ แม้จะช่วยให้มองแนวโน้มได้ค่อนข้างง่าย แต่การมองการเปลี่ยนแปลงอย่างละเอียดทำได้ยาก และไม่ค่อยสะดวกเมื่อต้องใช้ร่วมกับตัวชี้วัดเสริมอื่น ๆ
กราฟเส้นหรือที่เรียกว่า “กราฟราคาปิด” คือการนำราคาปิดในแต่ละวันมาแสดงและเชื่อมต่อกันด้วยเส้นตรง มักใช้กับราคาบางประเภทที่หาราคาเปิด สูง ต่ำ ได้ยาก นักลงทุนบางส่วนชอบกราฟราคาปิด เพราะเชื่อว่าการใช้ราคาปิดช่วยให้เห็นแนวโน้มของราคาได้ชัดเจน ข้อดีของกราฟเส้นคือช่วยตัดสินทิศทางแนวโน้มได้ง่าย และสามารถซ้อนหลายกราฟบนกราฟเดียวเพื่อเปรียบเทียบราคาได้สะดวก แต่เนื่องจากเชื่อมเฉพาะราคาปิดในช่วงเวลาหนึ่ง จึงไม่เห็นรายละเอียดอย่างราคาเปิด สูง ต่ำ ทำให้การนำไปใช้มีข้อจำกัด
กราฟแท่งเทียนซึ่งมีลักษณะคล้ายเทียน เรียกอีกชื่อว่า “กราฟแท่ง” โดยเป็นการนำกราฟแท่งมาเพิ่มความหนาและใส่สี เป็นรูปแบบกราฟที่นิยมใช้มากที่สุด โดยราคาสูงสุดและต่ำสุดจะแสดงเป็นเส้นแนวตั้ง ส่วนช่วงราคาเปิดและปิดจะแสดงเป็นแท่งที่มีความหนา และแยกสีระหว่างราคาเปิดกับราคาปิด ซึ่งผู้ใช้สามารถเปลี่ยนสีได้ตามต้องการ
บางครั้งแรงซื้อและแรงขายสูสีจนราคาเปิดและราคาปิดเท่ากัน เรียกว่า “แท่งเทียนโดจิ (Doji)” ซึ่งอาจถือเป็นสัญญาณเตือนว่าแนวโน้มกำลังจะเปลี่ยน นอกจากโดจิรูปกากบาทที่เปิดและปิดเท่ากันแล้ว ยังมีโดจิรูปป้ายหลุมศพ (Gravestone Doji) ที่ราคาเปิด/ปิดตรงกับราคาต่ำสุด และโดจิรูปแมลงปอ (Dragonfly Doji) ที่ราคาเปิด/ปิดตรงกับราคาสูงสุด อีกทั้งยังมี Four Price Doji ที่ราคาเปิด สูง ต่ำ ปิด เท่ากันทั้งหมด โดย Four Price Doji มักเกิดขึ้นเมื่อสภาพคล่องต่ำมาก
ข้อดีของกราฟแท่งเทียนคือช่วยให้เข้าใจสภาพราคา ความไม่สมดุลของอุปสงค์-อุปทานได้ง่าย ใช้ร่วมกับตัวชี้วัดเสริมได้สะดวก และช่วยบอกจุดเปลี่ยนแนวโน้มได้รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การมองทิศทางแนวโน้มแบบคร่าว ๆ ในครั้งเดียวอาจยากกว่ากราฟประเภทอื่น
แม้จะอ่านกราฟได้ แต่ก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ทุกอย่าง เช่น หลังเกิดเหตุการณ์ที่ตลาดคาดไม่ถึงอย่างสงครามหรือโควิด-19 ตลาดอาจเคลื่อนไหวรุนแรงแม้เพียงจากข่าวลือเล็ก ๆ หรือการรายงานผิดพลาดของสื่อ ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนอาจเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่คาดไม่ถึง ดังนั้นต้องจำไว้ว่าอาจมีกรณีที่ไม่สามารถรับมือเหตุการณ์ฉับพลันได้ด้วยกราฟเพียงอย่างเดียว